19/6/2557
วันนี้ตื่นเช้าฝนตก ไม่อยากลุกจากที่นอน ความขี้เกียจเข้าครอบงำจิตใจ แต่ก็จำเป้นต้องลุกด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ มาถึงโรงเรียนวันนี้ไม่ค่อยสดชื่นอาจเป้นเพราะนอนดึกเมื่อคืน แตกต่างกับเมื่อวานที่สดชื่นไม่ได้ วันนึงอารมณ์แจ่มใสพออีกวันกลับหงุดหงิดเจอความไม่เที่ยงเจอธรรมะแล้วเราวันนี้ สอนนักเรียนก็หงุดหงิดโมโหง่าย
It was raining when I woke up today. I am very lazy and don't want to get up and do anything, but have to responsible for my duty. When I arrived school. I fell sleepy and not active. Yesterday was very happy with everything but today is not. It makes me know that, everything always changes every times. It's Dhamma.
ธรรมะกับชีวิตประจำวัน
สร้างขึ้นสำหรับเขียนบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันที่ได้ประสบ ผ่านกระบวนการกลั่นกรองของหลักพระพุทธศานาแบบเป็ดๆของข้าพเจ้า
การปฏิบัติเริ่มต้น ถึงพระนิพพาน
วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556
จาคานุสติ: การมองข้ามเรื่องเล็กน้อย: หวังผลตอบแทน
9/10/2556
เช้านี้ตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์น้อยใจที่ติดค้างจากเมื่อคืน ด้วยเรื่องบางอย่าง ไม่รู้อะไรดลใจทำให้เปิดฟังเทศน์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง จาคานุสติ ว่า การให้ทานต้องไม่หวังผลตอบแทน ทานเพื่อความเย็นกายเย็นใจ จึงได้ย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องที่ตนเองกังลวลและน้อยใจอยู่ เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะเราทานโดยหวังผลตอบแทน เราหลงคิดว่าเราทำดีกับนักเรียนแล้วไม่หวังผลตอบแทน แต่เมื่อมาคิดทดทวนดูแล้ว เราก้ยังหวังผลตอบแทน นั่นคือหวังว่าให้นักเรียนรักเรา ไว้ใจเรา ยิ่งให้มากนักเรียนก็จะยิ่งรักเรามากเคารพเรามาก ซึ่งสิ่งนี้เราลืมคิดไปว่ามันก็คือการหวังสิ่งตอบแทนนั่นเอง
พอคิดได้แบบนี้ก็สบายใจขึ้นมากครับ
เช้านี้ตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์น้อยใจที่ติดค้างจากเมื่อคืน ด้วยเรื่องบางอย่าง ไม่รู้อะไรดลใจทำให้เปิดฟังเทศน์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง จาคานุสติ ว่า การให้ทานต้องไม่หวังผลตอบแทน ทานเพื่อความเย็นกายเย็นใจ จึงได้ย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องที่ตนเองกังลวลและน้อยใจอยู่ เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะเราทานโดยหวังผลตอบแทน เราหลงคิดว่าเราทำดีกับนักเรียนแล้วไม่หวังผลตอบแทน แต่เมื่อมาคิดทดทวนดูแล้ว เราก้ยังหวังผลตอบแทน นั่นคือหวังว่าให้นักเรียนรักเรา ไว้ใจเรา ยิ่งให้มากนักเรียนก็จะยิ่งรักเรามากเคารพเรามาก ซึ่งสิ่งนี้เราลืมคิดไปว่ามันก็คือการหวังสิ่งตอบแทนนั่นเอง
พอคิดได้แบบนี้ก็สบายใจขึ้นมากครับ
วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556
ร่างกายนี้คือหลุมของโรค
23/9/2556
วันนี้เป็นวันที่
3 หรือ 4 แล้วมั้งครับ ที่มีอาการแบบนี้
อาการเมื่อยตามตัวยังมีแต่ไม่มากเท่าวันที่ 2
แต่รู้เลยว่าทำอะไรนิดอะไรหน่อยก็เมื่อยมากๆ นั่งอยู่เฉยๆก็เพลียๆ
มีอาการเหมือนจะป่วยแต่ไม่ป่วย ปวดหัวอยู่ในๆยังไงไม่รู้ ปวดเป็นหน่วงๆในหัว ลามลงมาบริเวณฟันที่เคยไปอุดไว้ซึ่งปกติมันจะไม่ปวด
ลามมาถึงเหงือกก็อักเสบเจ็บปวดมาก เรียกได้ว่าเจ็บปวดไปทั้งปาก
ลงมาที่คอที่แม้แต่กลืนน้ำลายก็ยังเจ็บแสบลามลงไปตามลำคอ
นี่ละหนอร่างกายของคนเรา
เป็นหลุมของโรคภัยไข้เจ็บกองสุมๆกันอยู่ ยิ่งเราสังเกตร่างกายเราอยู่เสมอ ยิ่งทราบดีกว่าไม่มีวันไหน
ตอนไหนที่ปราศจากความทุกข์เลย แต่ละวันไม่เป็นอย่างหนึ่งก็ต้องเป็นอย่างหนึ่งวนเวียนกันไป
ทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายร่างกายนี้ไปทุกวันๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)