9/10/2556
เช้านี้ตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์น้อยใจที่ติดค้างจากเมื่อคืน ด้วยเรื่องบางอย่าง ไม่รู้อะไรดลใจทำให้เปิดฟังเทศน์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง จาคานุสติ ว่า การให้ทานต้องไม่หวังผลตอบแทน ทานเพื่อความเย็นกายเย็นใจ จึงได้ย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องที่ตนเองกังลวลและน้อยใจอยู่ เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะเราทานโดยหวังผลตอบแทน เราหลงคิดว่าเราทำดีกับนักเรียนแล้วไม่หวังผลตอบแทน แต่เมื่อมาคิดทดทวนดูแล้ว เราก้ยังหวังผลตอบแทน นั่นคือหวังว่าให้นักเรียนรักเรา ไว้ใจเรา ยิ่งให้มากนักเรียนก็จะยิ่งรักเรามากเคารพเรามาก ซึ่งสิ่งนี้เราลืมคิดไปว่ามันก็คือการหวังสิ่งตอบแทนนั่นเอง
พอคิดได้แบบนี้ก็สบายใจขึ้นมากครับ
สร้างขึ้นสำหรับเขียนบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันที่ได้ประสบ ผ่านกระบวนการกลั่นกรองของหลักพระพุทธศานาแบบเป็ดๆของข้าพเจ้า
การปฏิบัติเริ่มต้น ถึงพระนิพพาน
วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556
ร่างกายนี้คือหลุมของโรค
23/9/2556
วันนี้เป็นวันที่
3 หรือ 4 แล้วมั้งครับ ที่มีอาการแบบนี้
อาการเมื่อยตามตัวยังมีแต่ไม่มากเท่าวันที่ 2
แต่รู้เลยว่าทำอะไรนิดอะไรหน่อยก็เมื่อยมากๆ นั่งอยู่เฉยๆก็เพลียๆ
มีอาการเหมือนจะป่วยแต่ไม่ป่วย ปวดหัวอยู่ในๆยังไงไม่รู้ ปวดเป็นหน่วงๆในหัว ลามลงมาบริเวณฟันที่เคยไปอุดไว้ซึ่งปกติมันจะไม่ปวด
ลามมาถึงเหงือกก็อักเสบเจ็บปวดมาก เรียกได้ว่าเจ็บปวดไปทั้งปาก
ลงมาที่คอที่แม้แต่กลืนน้ำลายก็ยังเจ็บแสบลามลงไปตามลำคอ
นี่ละหนอร่างกายของคนเรา
เป็นหลุมของโรคภัยไข้เจ็บกองสุมๆกันอยู่ ยิ่งเราสังเกตร่างกายเราอยู่เสมอ ยิ่งทราบดีกว่าไม่มีวันไหน
ตอนไหนที่ปราศจากความทุกข์เลย แต่ละวันไม่เป็นอย่างหนึ่งก็ต้องเป็นอย่างหนึ่งวนเวียนกันไป
ทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายร่างกายนี้ไปทุกวันๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)